ที่มาของหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้รวบรวมพระราชดำรัสและพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มแรกนับแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2534 จนถึง 25 กรกฎาคม 2554 ไว้ดังนี้

พระราชดำริ

ลักษณะของหญ้าแฝก

หญ้าแฝก เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้าชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไปหลายพื้นที่ตามธรรมชาติ จากการสำรวจพบว่า มีกระจายอยู่ทั่วโลกประมาณ 12 ชนิด และสำรวจพบในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ 

1) กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม ได้แก่ พันธุ์สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร 2 ศรีลังกา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ 

2) กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกดอน ได้แก่ พันธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย เป็นต้น หญ้าแฝกเป็นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอ หน่อเบียดกันแน่น ใบของหญ้าแฝกมีลักษณะแคบยาว ขอบขนานปลายสอบแหลม ด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยที่สานกัน แน่นยาว หยั่งลึกในดิน มีข้อดอกตั้ง ประกอบด้วยดอกขนาดเล็ก ดอกจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นหมัน

ลักษณะพิเศษของ หญ้าแฝก

01

มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง

02

มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก

03

หญ้าแฝกมีข้อที่ลำต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี

04

ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ทำให้ควบคุมการแพร่ขยายได้

05

มีใบยาว ตัดและแตกใหม่ง่าย แข็งแรงและทนต่อการย่อยสลาย

06

ระบบรากยาว สานกันแน่น และช่วยอุ้มน้ำ

07

บริเวณรากเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์

08

ปรับตัวกับสภาพต่าง ๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคพืชทั่วไป

09

ส่วนที่เจริญต่ำกว่าผิวดิน ช่วยให้อยู่รอดได้ดีในสภาพต่าง ๆ

คุณสมบัติของ หญ้าแฝก

นำมาปลูกเป็นแถวเป็นแนวเพื่อเป็นปราการธรรมชาติ ช่วยกรองตะกอนดินที่ถูกชะล้างมากักเก็บไว้ ชะลอความเร็วของน้ำตามธรรมชาติและทำให้ดินดูดซับน้ำได้ทัน

นำมาใช้ในการปกป้องและอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้ เช่น ปลูกตามแนวคลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำและหนองบึง รวมทั้งไหล่ถนนและบริเวณใกล้สะพาน รากที่สานกันแน่นเหมือนตาข่ายจะพยุงดินไว้ กลายเป็น ‘กำแพงใต้ดินที่มีชีวิต’ ช่วยชะลอแรงน้ำ ทำให้น้ำซึมลงในดินได้มากขึ้น ช่วยป้องกันหน้าดินถูกกัดเซาะพังทลาย ในส่วนของบริเวณเชิงเขาแนวรั้วหญ้าแฝกยังช่วยหยุดยั้งการพังทลายของดินด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติในการปรับตัวของ หญ้าแฝก

นานาชาติสดุดีพระเกียรติคุณ

จากการทรงงานดังกล่าว International Erosion Control Association’ s International Merit Award ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในฐานะที่ทรงเป็นแบบอย่าง ในการนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536 และ ธนาคารโลก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรากหญ้าแฝกชุบสำริด ซึ่งเป็นรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (Award Of Recognition) ในฐานะที่ทรงมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2536

เครือข่าย หญ้าแฝก

ด้านการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายหญ้าแฝก จำนวน 2 เครือข่าย ได้แก่

เครือข่ายหญ้าแฝกบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Rim Vetiver Network)

เครือข่ายหญ้าแฝกบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Rim Vetiver Network) ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกแก่ประเทศสมาชิก ที่อยู่รอบบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก รวม 22 ประเทศ ทั้งในรูปแบบของจดหมายข่าว และเอกสารวิชาการ ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วกว่า 70,000 ฉบับ นอกจากนี้ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านทาง Website (http://prvn.rdpb.go.th)

เครือข่ายหญ้าแฝกประเทศไทย (Thailand Vetiver Network)

สำนักงาน กปร. ได้จัดตั้งเครือข่ายหญ้าแฝกประเทศไทยขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักวิชาการหญ้าแฝกของประเทศไทย สมาชิกเครือข่ายประกอบด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับหญ้าแฝก จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน และมีสมาชิกที่เป็นนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานหญ้าแฝกกว่า 300 คน โดยได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในลักษณะของจดหมายข่าว เอกสารวิชาการ ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วกว่า 40,000 ฉบับ นอกจากนี้ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านทาง Website (http://thvn.rdpb.go.th) ให้แก่สมาชิกเครือข่ายจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปได้ใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง

การจัดสัมมนาหญ้าแฝกในประเทศ

ในการจัดสัมมนาหญ้าแฝกในระดับประเทศนั้นมีสำนักงาน กปร. เป็นแกนกลางในการประสานขับเคลื่อนดำเนินงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การควบคุม กำกับ ดูแล ของคณะกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการสัมมนาในประเทศเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกระดับมาแล้ว 5 ครั้ง

ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ. 2536
ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2537
ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2542
ครั้งที่ 4 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2545
ครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2548

การฝึกอบรมหญ้าแฝกในประเทศ

ได้จัดให้มีการฝึกอบรมวิทยากรเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหญ้าแฝก โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมนี้ในแต่ละปี กรมพัฒนาที่ดินได้จัดหลักสูตรการฝึกอบรมให้แก่หมอดินอาสาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผู้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วทั้งสิ้น 70,000 คน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่ร่วมจัดการฝึกอบรมให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมทางหลวง กองทัพบก และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

การจัดสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติ

ได้มีการจัดสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติ รวม 4 ครั้ง เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหญ้าแฝกทั้งในด้านงานศึกษาวิจัย งานส่งเสริม และงานขยายผลการใช้หญ้าแฝกไปสู่ชุมชน โดยมีนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานหญ้าแฝกจากทั่วโลกมาร่วมงานดังกล่าว สรุปการสัมมนาได้ดังนี้

01

การสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงาน กปร. ในหัวข้อ Vetiver : A Miracle Grass ในปี พ.ศ. 2539

02

การสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดย สำนักงาน กปร. ในหัวข้อ Vetiver and The Environment ในปี พ.ศ. 2543

03

การสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่เมืองกวางโจว มลฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย Chinese Academy of Sciences ในหัวข้อ Vetiver and Water ในปี พ.ศ. 2546

04

การสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติครั้งที่ 4 จัด ณ เมืองคาราคัส สาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา โดยมูลนิธิโพลาร์ ในหัวข้อ Vetiver and People ในปี พ.ศ. 2549

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปถัมภ์ของเครือข่ายหญ้าแฝกโลก (The Vetiver Network) เสด็จ ฯ ไปทรงเป็นประธานการสัมมนา ทั้ง 4 ครั้ง

การฝึกอบรมหญ้าแฝกนานาชาติ

สำนักงาน กปร. ได้รับการร้องขอจากนานาชาติให้ เป็นผู้จัดการอบรมหญ้าแฝกในระดับนานาชาติ 2 ครั้ง คือ

01

โครงการฝึกอบรมหญ้าแฝกนานาชาติ (The International Training Course on the Vetiver System) มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 31 คน จาก 15 ประเทศ ในระหว่างวันที่ 19 – 30 พฤศจิกายน 2543

02

โครงการอบรมการทำหัตถกรรมจากหญ้าแฝกแก่ชาวต่างประเทศ (The International Training Course on Vetiver Handicraft-Making) ในระหว่างวันที่ 17 – 28 ตุลาคม 2548 มีผู้เข้ารับการอบรมจากสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา จำนวน 3 คน และสาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ จำนวน 1 คน

การให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ

สำนักงาน กปร. ได้รับการประสานจากเครือข่ายหญ้าแฝกโลกในการส่งผู้เชี่ยวชาญไทยไปให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 

1) การส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังสหภาพพม่า เพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำในการปลูกหญ้าแฝกเพื่อแก้ปัญหาดินถูกชะล้างพังทลาย เมื่อปี พ.ศ. 2542 

2) การส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังสาธารณรัฐมาดากัสการ์ เพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำการปลูกหญ้าแฝกเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติจากพายุเฮอริเคน เมื่อปี พ.ศ. 2543 

3) การส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2549

“…เงินที่ฉันได้ใช้ออกมาเรียน หรือให้พวกเธอออกมาเรียนนี้ไม่ใช่เงินของฉัน แต่เป็นเงินของราษฎรเขาจ้างให้ออกมาเรียน ฉะนั้นเธอต้องตั้งใจเรียนให้ดี ให้สำเร็จเพื่อจะได้กลับไปทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ และขอให้ประหยัดใช้เงิน เพื่อฉันจะได้มีเงินเหลือไว้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป…”

พระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

แกลเลอรี่ภาพ "หญ้าแฝก"

อินโฟกราฟิก

Vetiver Grass Initiative A Royal Soil and Water Conversation and Management Endeavour

The person behind the success of vetiver technology in Thailand is King Rama IX, the first person in the country to recognize the potential value of vetiver for soil and water conservation. His Majesty advocated the idea that studies and experiments should be conducted on vetiver grass, initially to Dr. Sumet Tantivejkul, Secretary-General of the Royal Development Projects Board on 22 June 1991, and later to concerned parties on various occasions, particularly when he visited the sites of the Royal Development Study Centres and the Royal Development Projects. Through his own initiatives and supported numerous experiments conducted by various Royal Development Study Centres as well as several cooperating agencies, vetiver has come a long way from an obscure plant to become one of the most popular plants in Thailand in just a few years. Vetiver was, and still is, referred to as “miracle grass”. On 31 August 2009, His Majesty gave the speech to the Privy Councilor and the representatives of the agencies involved in the Development and Promotion of the Utilization of Vetiver Grass Project According to the Royal Initiative at Klai Kangwol Palace, Prachuap Khiri Khan Province which are summarized as follow:
“The study on vetiver grass has been done for about 17 years now. Although it has been a long time, the grass has created a number of benefits which are highly effective. It is such a miracle that this kind of grass can produce benefits for different area conditions may it be the plains or the mountains, shallow soil or deep soil. For the deep soil, it appears that the root of this grass can go down up to 5 to 6 metres and does not spread to the sides which means that it is not dangerous to the root system of the plants that are useful.
The beginning of this grass was when I had an audience with HRH the Princess Mother. At that time, she was not well. She felt a little depressed with the illness. I then said to her that I needed her help to bring benefits of one kind of grass to show to the entire nation. She suddenly became active. She thought that everything had already been studied. I said that this was the thing that had not yet been studied or had been studied very little. I thus narrated to her about the miracle of vetiver grass which is just an ordinary plant but with attributes that can bring up benefits of other plants. I have never imagined that such an ordinary grass can help promote productive farming.
Her Royal Highness asked where to do. I said at the same place where she used to do her project and a part of which was the mountains. I meant the place which she liked a lot and that was Doi Tung. I said that if this grass was not used there, the conditions of the land would not be good. She was not sure how the grass could make things good. Normally, wherever a kind of grass covers, the land would turn unproductive. However, for the vetiver grass, if we choose the right ecotype and grow in a proper pattern, the grass will flourish amazingly and it can help turn the land productive and useful. Then I told her about the methods of planting and selecting the ecotypes.
Instantly, the Princess Mother became excited and asked if she could be of any help. I said that she could do it right away if she was ready. She thus called in her staff and told them that she would start a project. Miracle as it is, the grass could truly light up her spirits. Only a few days after that, she went to Doi Tung and asked her staff to collect different ecotypes of vetiver grass. I suggested her to grow in different sites to experiment on them. Despite her poor health and resistance from doctors, she insisted to go out in the fields. She walked and planted the vetiver grass herself. Within a few days, the grass grew in good shape.
The roots of this grass can go deep down in the soil. Some ecotypes can push down the roots as deep as four, five or even six metres while other may be only at three metres. This helps protect the soil from eroding and build up the strength of the soil making it usable as needed. For example, along the roadsides up to Doi Tung, the soil was bound together tightly and the plants grown were kept in their place. The roads were safe and strong because of the vetiver grass. Therefore, the vetiver grass enabled us to safely plant trees along the roadsides and to prevent erosion which would otherwise cause damages to agriculture.”
His Majesty’s role in using vetiver for soil and water conservation and his contributions for the promotion of the utilization of vetiver grass internationally, for examples, supporting fund for the organization of the International Conferences on Vetiver (ICVs) and granting the King of Thailand Vetiver Awards for the outstanding vetiver researches and dissemination works, has been recognized.

On 25 February 1993, the International Erosion Control Association (IECA) presented the International Merit Award to His Majesty for assuming the exemplary role in the utilization of vetiver for soil and water conservation. On 30 October 1993, the World Bank presented His Majesty with a specially-commissioned bronze sculpture of a vetiver plant together with a certificate as the Award of Recognition “for technical and development accomplishment in the promotion of the vetiver technology internationally”.

อ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.). (2556). ดิน น้ำ ลม ไฟ สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.). (2560). จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2553). ผลสำเร็จโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2561). ผลสำเร็จจากองค์ความรู้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปี 2560.
Satapornbooks Publishing Company. (n.d.). Vetiver Grass Project. Satapornbooks. https://www.satapornbooks.co.th/file/product-sample/64z244w234v5k5e4